The Cat's profileBank The Cat's ProfilePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October 23 ~Christina's Wedding~ Singer Christina Aguilera, 24, marries music executive Jordan Bratman, 28 on Saturday November 19, 2005. The couple has been together for three years, and Bratman had proposed to Aguilera in February while on vacation in Carmel, California.
Guests arrived on Thursday for the 3 day extravaganza of parties and celebrations. The Japanese themed rehearsal dinner was held Friday night at the Auberge Du Soleil resort, one of Northern California’s most revered dining establishments.
The wedding had a Spanish theme, and it was held at the Staglin Family Vineyard in California's Napa Valley. 120 guests attended, including celebrities such as Sharon Stone, Justin Timberlake, Cameron Diaz and Drew Barrymore. The setup inside was quite extravagant as the ceremony was held inside a stained-glass Castilian castle built on top of a swimming pool and filled with pews. Other details include a chandelier crafted from 2,500 crystals to a five-tier chocolate cake topped by hundreds of sugar flowers.
January 22 หยุด 10 วัน แสนลัลล้า~มาอัพอีกแล้วว
คราวนี้ก็เป็นเพลงอีกรอบ
เพลงนี้ฟังแล้วได้อารมณ์สุนทรีมาก
ยิ่งถ้าทานข้าวไปด้วย จะเหมาะเลยครับ ฮี่ๆๆ
หยุด 10 วัน ช่างสบายใจอะไรเช่นนี้... January 05 Save me from myselfได้เวลาเปลี่ยนเพลงแล้ว
ครั้งนี้ไม่ได้มาอัพเหมือนกัน
เป็นเพลงที่ CA ได้แต่งให้ Jordan ซึ้งมากๆๆ
It's not so easy loving me It gets so complicated All the things you've gotta be Everything's changin But you're the truth I'm amazed by all your patience Everything I put you through When I'm about to fall Somehow you're always waitin with your open arms to catch me You're gonna save me from myself from myself, yes You're gonna save me from myself My love is tainted by your touch Cuz some guys have shown me aces But you've got that royal flush I know it's crazy everyday Well tomorrow may be shaky But you never turn away Don't ask me why I'm cryin Cuz when I start to crumble You know how to keep me smilin You always save me from myself from myself, myself You're gonna save me from myself I know it's hard, it's hard But you've broken all my walls You've been my strength, so strong And don't ask me why I love you It's obvious your tenderness Is what I need to make me a better woman to myself to myself, myself You're gonna save me from myself January 01 My Immortalเป็นเพลงๆ นึง ที่เราฟังทีไร ก็หลอนทุกที
ลองฟังดูนะ
I'm so tired of being here Suppressed by all my childish fears And if you have to leave I wish that you would just leave 'Cause your presence still lingers here And it won't leave me alone These wounds won't seem to heal This pain is just too real There's just too much that time cannot erase [CHORUS:] When you cried I'd wipe away all of your tears When you'd scream I'd fight away all of your fears I held your hand through all of these years But you still have All of me You used to captivate me By your resonating life Now I'm bound by the life you left behind Your face it haunts My once pleasant dreams Your voice it chased away All the sanity in me These wounds won't seem to heal This pain is just too real There's just too much that time cannot erase [Chorus] I've tried so hard to tell myself that you're gone But though you're still with me I've been alone all along [Chorus] December 24 โอ้...สอบเสร็จสัปดาห์นรกก็ได้ผ่านไป
บอกได้คำเดียวว่า
"โคตรเหนื่อย"
หมงต้องทนตรากตรำอยู่แต่บ้านอ่านหนังสือ
ชีวิตประจำวันของหมงในสัปดาห์สอบ 5 วัน
อ่าน ---> เหนื่อย ---> นอน ---> เครียดว่าอ่านไม่ทัน ---> กิน ---> บ่นทางโทรศัพท์--> หายเซ็ง---> อ่านต่อ -->...
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
เราใช้ชีวิตเป็นวงจรอุบาทว์เลยวุ้ยยย
ชีวิตแทบจะอยู่ในกะลาครอบอันเล็กๆ ที่มีแต่ตัวหนังสือ
ไม่ได้ออกไปดูโลกกว้าง
ข่าวคราวถึงไหน ก็ไม่รู้
เพื่อนๆ หลายคนก็บ่นว่าเหนื่อย และนอนดึกกันเป็นส่วนมาก
บ้างก็บอกว่า นอนดึกถึง ตี 2 ก่อนวันสอบ.... บ้างก็บอกนอนตี 3 ก่อนวันสอบ
หารู้ไม่ว่า...หมงโต้รุ่งไปในคืนก่อนสอบบลอค metabo นี่แหละ
บางคนอาจจะสงสัยว่า ..อ้าว ปกติหมงก็อ่านมาตลอดหนิ ทำไมอ่านไม่ทันละ
คำตอบก้อคือ หมงจำอะไรไม่ได้เลย....ที่ผ่านมาเอาแต่อ่านแล้วเข้าใจๆ ก็ผ่าน แต่ไม่ได้นึกจะจำมันเข้าไปในหัว
บรรยากาศคืนนรกคืนนั้นนะ เหอๆ เด๋วจะเล่าให้ฟัง
ง่วงก็ง่วง ตาก็จะปิด (ทั้งๆที่ปกติมันก็เกือบจะปิดอยู่แล้ว)
เลือดในตาอันตี่ๆ แทบถลนออกมา น้ำลาย+น้ำมูกเนื่องจากหวัด ทำให้ทิชชู่ หมดไป 2 ม้วนต่อวัน
สภาพตอนนั้น ถ้าจะให้บรรยาย ก็คงเหมือนคนไข้ระยะสุดท้ายที่ใกล้จะตายวันตายคืน
อ่านไปอ่านมา หมงฟุบคาโต๊ะไปอย่างไม่รู้ตัว
ตื่นมาอีกที เหลือบดูเวลา
ชิบหาย!! 6 โมงเช้าแล้ว เล่มเขียว ยังไม่ได้อ่านครึ่งเล่ม คือ วิตามินละลายน้ำ, วิตามินละลายในไขมัน, แล้วก็บทสวดอภิธรรมต่อเนื่องที่อยู่ท้ายเล่มเขียวทั้งหมด
แถมจำอันที่อ่านมาตอน ตี 1 ถึง ตี 4 ไม่ได้อีกตะหาก อะไรจะซวยเยี่ยงนี้
สมองเพลียก็เพลีย ง่วงก็ง่วง แถมปวดหัวตุบๆอีก
หมงเลยเข็ดขยาดกับการอ่านหนังสือโต้รุ่งเลย ว่ามันไม่ได้ช่วยให้อะไรๆดีขึ้นเล้ยย จิงๆ
แต่กลับทำให้มันแย่ลง แถมทำให้หัวสมองทึบตอนคิดข้อสอบด้วย
พอ 8 โมง 15
หมงรีบวิ่งไปห้องน้ำ เปิดฝักบัว...
เช้ดด.... น้ำหรือน้ำแข็งวะนั่น หนาวไปถึง cauda equina
แทบจะกลับไปใส่เสื้อผ้าใหม่
โอย...แทบจะไม่ไหว แต่ก็รู้ชะตากรรมว่า ยังไงก็ต้องสอบอยู่ดี
เอาวะ! รีบคว้า Amoxy ไป 1 เม็ด + ยาแก้แพ้ชนิด non-sedative + วิตามิน B เสริม ยัดเข้าปากไป 3 เม็ด
แล้วก็วิ่งขึ้นรถ ไปถึงคณะตอนเวลา 8.58 (เห้ออ ยังทัน)
แล้วก็รีบวิ่งเข้าลิฟท์ไปชั้น 5
ท่ามกลางสายตาคนในลิฟท์ มองมาที่หมงด้วยความตกใจในสภาพอันไม่มีชิ้นดี
เขาคงคิดว่า
"ไอ้เวนนี่ มันตายมาตั้งแต่วันจันทร์รึป่าววะ...หน้าตาเหมือนศพ 3 วัน" (วันนั้นเป็นวันพุธ)
ลิฟท์เปิดออกมาชั้น 5 หมงรีบวิ่งด้วยความกระเสือกกระสน
อาจารย์คุมสอบถามหาบัตรนืสืตกะบัตรประชาชน
ด้วยความที่เร่งรีบ ...หมงดันหยิบบัตรลด MK ไปให้อาจารย์ ด้วยความที่มันคล้ายบัตรนิสิต
.....โอย กรูแทบจะวิ่งเข้าห้องสอบ แล้วกระโดดออกไปทางหน้าต่างชั้น 5 ฆ่าตัวตายด้วยความอับอาย
อากาศในห้องสอบนี่ ก็โคดหนาวว แต่ดีที่หมงได้รับบทเรียนมาตั้งแต่วันสอบ endocrine
เลยเตรียมเสื้อกล้ามข้างใน + เสื้อนิสิต + เสื้อหนาวทับอีกชุด รวมเป็น 3 ชั้น
สอบจบ metabo มาได้
กลับมาบ้านด้วยสภาพคล้ายกับ fasting stage 3 เดือน
นอนหลับตั้งแต่บ่ายโมง ถึง 6 โมงเย็น
เหอๆ กว่าจะจบมาได้
เป็นวันที่ไม่น่าจะจดจำยิ่งนัก
เด๋วไว้วันสอบจบ หมงจะเอามาเล่าทีหลังนะ จาไปถ่ายรูปที่ราชดำริกะเพื่อนๆด้วย ฮี่ๆๆ
November 26 ฤดูหนาว ช่วงเวลาแห่งความสุขนี่ก็เข้าสู่ฤดูหนาวอีกครั้งแล้ว เหมือนกับว่าฤดูหนาวปีที่แล้วเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน
หลายคนบอกว่าฤดูหนาว เป็นฤดูที่ทำให้รู้สึกเหงาและอ้างว้างได้มากที่สุด
แต่สำหรับผมซึ่งเป็นธาตุไฟ คิดว่ามันเป็นช่วงฤดูที่มีความสุขที่สุด
เป็นช่วงที่ผมรู้สึกใจเย็น สุขุม มากขึ้น
ซึ่งผิดกับหน้าร้อน ที่ผมจะหงุดหงิดได้ทั้งวันจนต้องหาอะไรทำไม่ให้ตนเองว่าง
สาเหตุที่ผมชอบฤดูหนาวน่ะเหรอ ?
ส่วนหนึ่งก็เพราะมีวันสำคัญที่น่าจดจำอยู่หลายๆ วัน
โดยเฉพาะวันคริสมาสต์
ผมชอบค่ำคืนของวันคริสมาสต์มากๆ
มันเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นภายในใจ ท่ามกลางความหนาวของฤดูที่รายล้อมไปด้วยแสงไฟสีส้มอ่อน ประดับประดาอยู่ทั่วไป
ที่สำคัญ.. มันคือวันพิเศษวันหนึ่ง ที่ทำให้ชาวคริสเตียนได้ร่วมเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งทำให้ชีวิตของชาวคริสเตียนมีความหมายสำหรับทุกๆวัน
...ขอบคุณพระองค์ ที่คอยเฝ้ามองคนๆหนึ่ง ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับพระพรที่หลั่งลงมาอย่างไม่ขาดสาย
...ขอบคุณพระองค์ ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตของเด็กที่เคยคิดว่าตัวเองโชคร้ายที่สุด ให้เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี
...ขอบคุณพระองค์ สำหรับมือที่คอยประคองและสอนบทเรียนชีวิต ในยามที่ชีวิตท้อแท้หรือพลัดหลงไปจากทางของพระองค์
ฝากทุกสิ่งไว้กับพระองค์ ในพระนามของพระเยซูคริสเจ้า
เอเมน
ช่วงนี้ทุกอย่างก็ดูโอเคขึ้น
เรื่องต่างๆ นานาที่เคยทำให้ depress ก็หมดไป พร้อมๆกับหลายๆสิ่งที่มาเติมเต็มให้รู้สึกชีวิตเราสมบูรณ์มากขึ้น
เทอมนี้การเรียนก็ไม่หนักมาก + ทั้งวิชาที่เรียนก็เป็นวิชาที่ค่อนข้างชอบ ไม่ต้องมายืนขาแข็งผ่า gross แล้ว หึหึ
เทอมนี้เลยเที่ยวเยอะกว่าเทอม 1 อีก
ถ้าใครเดินพารากอน จะเจอชายหนุ่ม 3-4 คน ที่เซตผมคล้ายกันจนแยกไม่ออก + กับหญิงนิรนาม 1 คนที่มีชายหนุ่มรายล้อม
อุอุ แถม เดินพารากอนแถวๆ ชั้น supermarket ทีไร จะได้เจอ คู่ประธานชั้นปี กับ สตรีหมายเลข 1 ของคณะอยู่บ่อยๆตอนเย็นวันศุกร์
ช่วงนี้เจริญอาหารมาก
จนใครๆ ทักกันว่า "หมงๆ พุงออกว่ะ"
ไอ้เราได้ยินงี้ ก็อายดิ ต้องแขม่วพุงอยู่ตลอดเวลา
ทว่า ... 3 นาทีผ่านไป ก็เผลอคลาย rectus abdominis, transversus abdominis, external and internal abdominal oblique m.
เสียงจากอีกคนก็บอกมาว่า "หมงๆ แกลืมแขม่วพุงอะ"
สรุป เราเลยต้องมานั่ง sit up วันละ 100 ครั้ง ให้ shape เหมือนเดิมให้ได้ ซึ่งก็คงยาก 555+ เพราะยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งกินมาก
สุดท้ายนี้ เราแนบรูป At home 2006 ปีนี้มาให้ด้วย
ใครที่ได้ไป ปีนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เยี่ยมมาก
จัดได้อลังการสุด ๆ โดยเฉพาะตรงเวที ทำได้หรูหรามาก
แล้วไว้เจอกันใหม่
October 30 ปี 1 เทอม 1 จบไปแล้วเหรอเนี่ย เวลามันผ่านไปเร็วเนาะ แป๊ปๆเอง ปีหนึ่งก็ผ่านไปแล้วครึ่งนึง เราอยากบอกพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนนะ ว่าเวลาที่ผ่านมา เรามีความสุขมากๆ ในรั้วแพทย์จุฬาแห่งนี้ เฮ้อ..คิดๆดูแล้วเศร้าเนอะ เวลามันผ่านไปเร็วเกินไป จนบางครั้งเราไม่ทันได้สังเกตการผ่านไปของเวลาในแต่ละวัน คงเป็นเพราะเราเองก็มีความสุขกับช่วงเวลาเหล่านี้มาก จนลืมนึกว่ามันผ่านไปนานเท่าไรแล้ว
สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดเลยในชิวิตเรา คือพวกแกทุกคน ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนนะ ที่ทำให้ทุกวินาทีในชีวิตปี 1 มีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด มันทำให้เรามีความสุขมากๆ พวกแกเป็นเพื่อนที่ดีมาก เวลาเรามีปัญหาพวกแกก็รับฟังและให้กำลังใจเรามาตลอด ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง ทั้งในด้าน Entertain การเรียน กีฬา กิจกรรม การไปเที่ยว ไปกิน ไปดูหนัง ไปร้องเกะ ไปเล่นเกม และอื่นๆ อีกหลายๆ อย่าง
เอ๊ะ..พูดไป พูดมา ยังกะเราจะจบหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตซะงั้นแหละ ผ่านไปแค่เทอม 1 เอง อิอิ เกรดก็ออกมาแล้วอะ เหอๆๆ อยากเอาหัวมุดตุ่มแล้วร้องดังๆ T_T เราจะไม่ลืมแกเลย วิชาฟิสิกส์ ที่อุตส่าห์ให้แมวติดประจุมา 1 ตัว
อื้ม เหลือเวลาอีก 1 เทอมอะนะ เราอยากปรับปรุงตัวเองอยู่ในหลายๆด้านด้วยกัน ตอนนี้ตั้งใจจะไม่โดดเรียน และไม่หลับในคาบเหมือนเทอม 1 อีกแล้ว แต่ก็ไรว่าจะตั้งใจไปได้นานเท่าไรกัน อิอิ จะพยายามนะ
อยากเจอพวกแกมากมายอะ
คิดถึงมากกกกกก
|
|
|